วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เรือนไม้สีเบจ

เรือนไม้สีเบจ



บทประพันธ์ ว.วินิจฉัยกุล เรื่องย่อ มุก หญิงสาวที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ชอบมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ เมื่อครั้งยังเด็กเธอได้ถูก นายแม่ ขอไปเลี้ยงความเป็นอยู่ของเธอจึงไม่ค่อยหรูหราเหมือนพี่น้องคนอื่นเท่าใดนัก โชคร้ายที่เธอยังมักจะถูก ธัญญา ผู้เป็นแม่หมั่นไส้การกระทำของเธออยู่ เสมอ ๆ มุกเป็นเด็กขยันจนกระทั่งเธอได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จนเป็นเหตุบังเอิญให้เธอได้มาพบกับ อาร์ม หนุ่มหล่อที่เป็นที่หมายตาของบรรดาสาว ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย รวมไปถึง ขจีรัตน์ สาว เปรี้ยว เซ็กซี่ ที่หมายมั่นจะให้อาร์มตอบรับความรักที่เขามีให้ หลังจากที่ยายของอาร์มเสียชีวิตลง เขาก็ได้อาศัยอยู่ใน เรือนไม้สีเบจ เพียงลำพัง โดยมี ลุงช่วง คนสนิทเป็นผู้คอยดูแลบ้าน ให้กับเขาอาร์มกับมุขเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องการเรียนจนทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความผูกพันจนในที่สุดก็กลับกลายมาเป็นความรัก นายแม่ถูกชะตากับอาร์มเป็นอย่างมาก ซึ่งผิดกับธัญญาที่คอยดูถูกอาร์มอยู่เสมอว่าเป็นคนธรรมดาไร้ฐานะความผูกพันระหว่างอาร์มกับมุขค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น แต่ในบางครั้งเขาทั้งสองก็ต้องพบกับอุปสรรค ส่วนใหญ่มักจะเป็นปัญหาที่เกิดจากจี เธอมักจะคอยแสดงตัวเป็นเจ้าของอาร์มเสมอทั้งที่จริง ๆ แล้วอาร์มเองไม่ได้รู้สึกกับจีแบบคนรักเลย จนทำให้บางครั้งมุขเกิดความรู้สึกไม่แน่ใจ ในตัวของอาร์ม หากแต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาก็ยังคงมีหยุ่น กับเข็ม เพื่อรักที่คอยให้กำลังใจเธออยู่เสมอ เวลาผ่านไปไม่นานอาร์มเรียนจบชั้นปีที่ 4 เขาได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ซึ่งการไปของเขาครั้งนี้ได้ไปอาศัยอยู่กับ ยศ พ่อของเขาที่หย่าร้างกับ สรวงสินี ผู้เป็นแม่ ตั้งแต่อาร์มยังเด็ก เหตุผลก็เพราะเธอมัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับสังคมไฮโซจนไม่มีเวลาดูแลลูก อาร์ม รู้สึกไม่ ชอบใจเมื่อรู้ว่าแม่ไปแต่งงานอยู่กินกับ ศก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า จุลศก และ ศศิ ลูกติดของศกไม่ชอบหน้าเธอ ก่อนที่อาร์มจะมาเรียน ต่อที่อเมริกาเขาให้สัญญากับมุขว่าจะรักกันตลอดไป อาร์มตั้งใจเก็บเงินสร้างฐานะให้ดีขึ้นเพื่อดูแลมุก มุกตั้งใจเรียนให้จบและระหว่างนั้น
เธอก็ดูแลนายแม่ไปด้วย เธอนั้นติดต่ออยู่กับอาร์มเสมอ ๆ ทางอินเตอร์เน็ต เมย์ พี่สาวของมุกได้คบหาอยู่กับจุลศก แต่หารู้ไม่ว่าแฟนหนุ่มของเธอได้แอบชอบมุก แต่มุกไม่สนใจ มุกตกใจกับข่าวที่ว่าอาร์มเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ สาเหตุเนื่องมาจากจีหึงหวงที่อาร์มรักมุก จึงเกิดปากเสียงกันขั้นถึงขั้นยื้อแย่งพวงมาลัยจนเป็นเหตุให้รถเสียหลักตกลงข้างทาง อาร์มบาดเจ็บถึงขั้นพิการ เขาเสียใจที่ทำอย่างที่ฝันไว้ไม่ได้ อาร์มตัดสินใจเขียนจดหมายบอกความในใจกับมุกว่าเขาไม่ต้องการเหนี่ยวรั้งให้เธออยู่กับคนพิการอย่างเขา หากเธอพบคนที่ดีกว่าก็ให้ไป มุกเสียใจมากแต่เธอก็ยืนยันว่าเธอจะรักอาร์มต่อไป นายแม่เริ่มชรา จนร่างกายไม่แข็งแรงเธอ มัวดูแลนายแม่จนลืมนึกถึงอาร์ม สรวงสินีก็มัวแต่ห่วงเรื่องสมบัติ เหตุผลเพราะศกเริ่มมีอาการเจ็บป่วยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเธอเองก็ได้รับส่วน แบ่งมามากแต่เก็บไว้มิให้ใครรู้ มุกดีใจมากที่อาร์มกลับมาเมืองไทย เธอพาเขาไปกราบนายแม่ บังเอิญไปพบจุลศกเข้า จุลศกแค้นที่รู้ว่า อาร์มและมุกรักกัน เขาพยายามหาวิธีที่จะกำจัดอาร์มไปให้พ้นทาง หลังจากที่มุกเรียนจบเธอ ตัดสินใจแต่งงานแบบเรียบง่าย โดยมีนายแม่เป็นสักขีพยาน ธัญญาทราบเรื่องถึงขั้นตัดแม่ตัดลูกและไล่มุกออกจากบ้าน ส่วนนายแม่ไม่นานก็เสียชีวิตลง มุกจึงย้ายไปอยู่กับอาร์มที่เรือนไม้สีเบจ ทั้งสองพยายามหาหนทางเพื่อเลี้ยงชีพในครอบครัว โดยการทำธุรกิจเย็บกระเป๋าสตางค์ส่งนอก ซึ่งก็ได้แม่ของอาร์มเป็นคนติดต่อลูกค้าให้ มุกและอาร์มพยายามวิ่งเต้นเรื่องพินัยกรรมของนายแม่ที่ถูกจุลศกใช้แผนสกปรก แต่ในที่สุดก็ไม่สำเร็จ เวลาผ่านไป ไม่นานมุกก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายออกมาชื่อ น้องออม หลังจากศกเสียชีวิตลงสรวงสินีจึงได้กลายมาเป็นเศรษฐินีในที่สุด มุกและอาร์มมีความสุขได้เพียงไม่นานก็ต้องพบกับอุปสรรค เมื่อจีเข้ามาวุ่นวายในชีวิตครอบครัวของเธออีกครั้ง เนื่องจากจีวางแผนล่อลวงอาร์มให้มาติดกับจุลศก เขาซ้อมอาร์มเกือบปางตาย จนทำให้มุกเข้าใจผิดคิดว่าอาร์มกลับไปยุ่งกับจี เธอตัดสินใจหอบ ลูกหนีไปอยู่กับ แม่ที่บ้าน สรวงสินีลืมเรื่องที่ผ่านมาเพราะมัวแต่เห่อหลานชาย อาร์มไปง้อขอคืนดีแต่ถูกแม่ของมุกกีดกัน เขาจึงกลับไป อยู่ในเรือนไม้สีเบจอย่างเศร้าหมอง จนเกือบตรอมใจตาย เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มุกกับลูกเห็นใจ จนในที่สุดมุกก็ใจอ่อน ยอมพาลูกกลับมาอยู่ ที่เรือนไม้สีเบจอีกครั้ง อาร์มเริ่มมีอาการดีขึ้นจนเกือบจะเป็นปกติ กิจการเย็บกระเป๋าส่งออกนอกก็ดูจะไปได้สวย เขาขยันขันแข็งสมกับเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี สุดท้ายบั้นปลายชีวิตของเขาและเธอก็จบลงอย่างมีความสุข โดยมีลูกน้อยเป็นพยานรักระหว่างเขาและเธอใน เรือนไม้สีเบจ


กำกับการแสดง สุประวัติ ปัทมสูต บทประพันธ์ ว.วินิจฉัยกุล บทโทรทัศน์ เอกลิขิต นำแสดงโดย 1. แอนดริว เกร้กสัน รับบท อาร์ม 2. เข็มอัปสร สิริสุขะ รับบท มุก 3. ณัฐนันท์ รับบท จุลศก 4. สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท ขจีรัตน์ 5. เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท สรวงสินี 6. ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท ชัญญา 7. จุลี โอศิริ รับบท นายแม่ ออกอากาศ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.ช่อง 3 ปี พ.ศ.2547
ที่มา http://movie.sanook.com/21339/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%88/

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พระราชประว้ติสมเด็จย่า


http://www.youtube.com/watch?v=WRD1M6rkkWc&feature=related



http://www.youtube.com/watch?v=VbJY4nRWNls



http://www.youtube.com/watch?v=4qNNNYXMzG4&feature=relmfu

ประวัติศาสตร์ไทย ฉบับย่อ

ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เริ่มนับตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา หากแต่ในอาณาเขตประเทศไทย พบหลักฐานของมนุษย์ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดถึงห้าแสนปี ทั้งยังมีหลักฐานของอารยธรรมและรัฐโบราณในอาณาเขตดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

อาณาจักรสุโขทัยซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1781 ขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช นอกจากนี้ ในรัชสมัยของพระองค์ยังมี แต่เสถียรภาพของอาณาจักรได้อ่อนแอลงภายหลังการสวรรคตของพระองค์ อาณาจักรอยุธยาก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 1893 มีความยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรสุโขทัยเดิม เนื่องจากมีการติดต่อกับชาติตะวันตก ก่อนจะล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิงใน พ.ศ. 2310 พระยาตากได้รวบรวมไพร่พลกอบกู้เอกราช และย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325

การลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง ทำให้ชาติตะวันตกหลายชาติเข้ามาทำสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรมอีกหลายฉบับ ต่อมา แม้จะมีการเสียดินแดนหลายครั้งให้แก่ฝรั่งเศสและอังกฤษ แต่อาณาจักรสยามก็ไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก กุศโลบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่ายพันธมิตร ทำให้สยามได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ อันนำมาซึ่งการแก้ไขสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรมทั้งหลาย

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย ทำให้คณะราษฎรเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยได้ลงนามเป็นพันธมิตรทางทหารกับญี่ปุ่น ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา โดยมีนโยบายต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยยังถือได้ว่าอยู่ในระบอบเผด็จการในทางปฏิบัติอยู่หลายทศวรรษ ประเทศไทยประสบกับความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และได้มีการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหารผ่านการก่อรัฐประหารหลายสิบครั้ง อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นได้มีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งสำคัญในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประชาธิปไตยในประเทศเริ่มมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤตการณ์การเมือง ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2548

ซึ่งประเทศไทย หรือชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาติอันตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนด้านตะวันออกติดประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ทิศใต้เป็นแดนต่อแดนประเทศมาเลเซียและอ่าวไทย ทิศตะวันตกติดทะเลอันดามันและประเทศพม่า และทิศเหนือติดประเทศพม่าและลาว มีแม่น้ำโขงกั้นเป็นบางช่วง ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา มีศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และการปกครองส่วนภูมิภาค จัดระเบียบเป็น 77 จังหวัด แต่เดิมประเทศไทยใช้คำว่าสยามเรียกประเทศ ซึ่งเป็นคำที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกอาณาจักรอยุธยา เมื่อราว พ.ศ. 2000 มานับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา โดยปรากฏใช้เป็นชื่อประเทศชัดเจนใน พ.ศ. 2399 แต่ทว่าคนไทยไม่เคยเรียกตนเองว่า "สยาม" หรือ "ชาวสยาม" อย่างชาวต่างชาติหรือตามชื่อประเทศอย่างเป็นทางการในสมัยนั้นเลย ส่วนคำว่า "คนไทย" นั้น จดหมายเหตุลาลูแบร์ได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า ชาวอยุธยาได้เรียกตนเองเช่นนั้นมานานแล้ว

ตราแผ่นดิน

ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ตามประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม (ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482) ได้เปลี่ยนชื่อประเทศ พร้อมกับเรียกประชาชน และสัญชาติจาก "สยาม" มาเป็น "ไทย" ซึ่งจอมพล ป. มีเจตนาต้องการบ่งบอกว่าดินแดนนี้เป็นของชาวไทย มิใช่ของเชื้อชาติอื่น ตามลัทธิชาตินิยมในเวลานั้น โดยในช่วงต่อมาได้เปลี่ยนกลับเป็นสยามเมื่อปี พ.ศ. 2488 แต่ก็ได้เปลี่ยนกลับมาชื่อไทยอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ยังเปลี่ยนจาก "Siam" ในภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เป็น "Thaïlande" ในภาษาฝรั่งเศส และ "Thailand" ในภาษาอังกฤษอย่างในปัจจุบัน[18] อย่างไรก็ตาม ชื่อ สยาม ยังคงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ ชื่อประเทศไทยในภาษาอังกฤษมักถูกจำสับสนกับไต้หวันอยู่บ่อย ๆ


ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก มีเนื้อที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก คือ ประมาณ 60กว่าล้านคน กับทั้งยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ โดยมีรายได้หลักจากภาคอุตสาหกรรมและการบริการ[13] ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอันมาก อาทิ พัทยา, ภูเก็ต, กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เช่นเดียวกับการส่งออกอันมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และด้วยจีดีพีของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าราว 334,026 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ตามที่ประมาณใน พ.ศ. 2553 เศรษฐกิจของประเทศไทยนับว่าใหญ่เป็นอันดับที่ 30 ของโลก

ในอาณาเขตประเทศไทย พบหลักฐานของมนุษย์ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดถึงห้าแสนปี นักประวัติศาสตร์มักถือว่าอาณาจักรสุโขทัยเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งต่อมาตกอยู่ในอิทธิพลของอาณาจักรอยุธยา อันมีความยิ่งใหญ่กว่า และมีการติดต่อกับชาติตะวันตก แต่ก็ร่วงโรยลงช่วงหนึ่ง อันเนื่องมาจากการขยายอำนาจของพม่านับแต่ พ.ศ. 2054 ก่อนจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ก่อนเสื่อมอำนาจและล่มสลายไปโดยสิ้นเชิง เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาอาณาจักรธนบุรี เหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงปลายอาณาจักร ได้นำไปสู่ยุคสมัยของราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ช่วงต้นกรุง ประเทศเผชิญภัยคุกคามจากชาติใกล้เคียง แต่หลังรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา ชาติตะวันตกเริ่มมีอิทธิพลในภูมิภาคเป็นอย่างมาก นำไปสู่การเข้าเป็นภาคีแห่งสนธิสัญญาหลายฉบับ และการเสียดินแดนบางส่วน กระนั้น ไทยก็ยังธำรงตนมิได้เป็นอาณานิคมของชาติใด ๆ ต่อมาจนช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ไทยได้เข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร และในปี พ.ศ. 2475 ได้มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตย และไทยได้เข้ากับฝ่ายอักษะในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง จนช่วงสงครามเย็น ไทยได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา ทหารเข้ามามีบทบาทในการเมืองไทยอย่างมากหลังปฏิวัติสยามอยู่หลายสิบปี กระทั่งมีการตั้งรัฐบาลพลเรือน และเข้าสู่ยุคโลกเสรีในปัจจุบัน

ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลกและเป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศอินโดนีเซีย (1,910,931 กม.2) และประเทศพม่า (676,578 กม.2) และมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศสเปน (505,370 กม.2) มากที่สุด

ประเทศไทยมี]ลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ภาคเหนือเป็นพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน จุดที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ ณ 2,565 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รวมทั้งยังปกคลุมด้วยป่าไม้อันเป็นต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของที่ราบสูงโคราช สภาพของดินค่อนข้างแห้งแล้งและไม่ค่อยเอื้อต่อการเพาะปลูก แม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากแม่น้ำปิงและยมที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้ภาคกลางกลายเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ และถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรไทย-มาเลย์ ขนาบด้วยทะเลทั้งสองด้าน มีจุดที่แคบลง ณ คอคอดกระ แล้วขยายใหญ่เป็นคาบสมุทรมลายู ส่วนภาคตะวันตกเป็นหุบเขาและแนวเทือกเขาซึ่งพาดตัวมาจากทางตะวันตกของภาคเหนือ

แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขงถือเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศไทย การผลิตของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรจะต้องอาศัยผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้จากแม่น้ำทั้งสองและสาขาทั้งหลาย อ่าวไทยมีพื้นที่ประมาณ 320,000 ตารางกิโลเมตร รองรับน้ำซึ่งไหลมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำตาปี ถือเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว เนื่องจากน้ำตื้นใสตามแนวชายฝั่งของภาคใต้และคอคอดกระ นอกจากนี้ อ่าวไทยยังเป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมของประเทศ เพราะมีท่าเรือหลักที่สัตหีบ ถือได้ว่าเป็นประตูที่จะนำไปสู่ท่าเรืออื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ภาคใต้มีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาก นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาเยือนเสมอ ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดตรัง และหมู่เกาะตามแนวชายฝั่งของทะเลอันดามัน

ภูมิอากาศของไทยเป็นแบบเขตร้อน หรือแบบสะวันนา มีอุณหภูมิเฉลี่ย 18-34 °C และมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยตลอดปีกว่า 1,500 มิลลิเมตร สามารถแบ่งได้เป็น 3 ฤดูกาล: อากาศร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนเป็นฤดูร้อน; ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ประเทศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้และพายุหมุนเขตร้อนเป็นฤดูฝน; ส่วนในเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคม ประเทศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศจีนเป็นฤดูหนาว ส่วนภาคใต้มีสภาพอากาศแบบป่าดงดิบ ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี จึงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและร้อน โดยฝั่งทะเลตะวันออก ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน และฝั่งทะเลตะวันตก ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งพืชและสัตว์อยู่มาก อันเป็นรากฐานอันมั่นคงของการผลิตในภาคการเกษตร และประเทศไทยมีผลไม้เมืองร้อนหลากชนิด พื้นที่ราว 29% ของประเทศไทยเป็นป่าไม้ รวมไปถึงพื้นที่ปลูกยางพาราและกิจกรรมปลูกป่าบางแห่ง ประเทศไทยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากว่า 50 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอีก 56 แห่ง โดยพื้นที่ 12% ของประเทศเป็นอุทยานแห่งชาติ (ปัจจุบันมี 110 แห่ง) และอีกเกือบ 20% เป็นเขตป่าสงวน ประเทศไทยมีพืช 15,000 สปีชีส์ คิดเป็น 8% ของสปีชีส์พืชทั้งหมดบนโลก ในประเทศไทย พบนก 982 ชนิด นอกจากนี้ ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และสัตว์เลื้อยคลานกว่า 1,715 สปีชีส์ซึ่งมีการบันทึก

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รหัสมรณะ


เนื้อเรื่อง

ในปี ค.ศ. 1942 อะเล็กซ์ วูล์ฟ จารชนลูกครึ่งอาหรับ-ยุโรปของนาซีแฝงตัวเข้ามาจารกรรมข้อมูลของฝ่ายสัมพันธมิตรในกรุงไคโร ในยุทธการแนวรบแอฟริกาเหนือ โดยผ่านความช่วยเหลือจาก ซันย่า นางระบำหน้าท้องที่ลือชื่อที่สุดของอียิปต์ซึ่งเป็นชู้รักเก่า
พันตรีแซนดี้ สมิธ นายทหารอังกฤษถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ที่สำคัญ ข้อมูลการตอบโต้เออร์วิน รอมเมล แม่ทัพกองทัพรถถังอันเกรียงไกรของนาซี ก็หายไปด้วย นั่นทำให้ พันตรีวิลเลี่ยม แวนดัม นายทหารหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของอังกฤษต้องตามล่าหาจารชนรายนี้ โดยมี อีลิน ฟอนตาน่า หญิงสาวที่แวนดัมหลงรักเป็นนางนกต่อ ซึ่งในเรื่องนี้มี อันวาร์ ซาดัต อดีตประธานาธิบดีของอียิปต์เข้าร่วมผสมโรงด้วย

ตัวละคร

ตัวละครแต่ง
อะเล็กซ์ วูล์ฟ จารชนลูกครึ่งอาหรับ-ยุโรป มีชื่อเป็นภาษาอาหรับว่า อะหะหมัด เป็นผู้ที่นิยมนาซีเป็นอย่างมาก รูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดที่ไม่เข้ากับหน้า เป็นบุคคลที่มีเสน่ห์ และเลือดเย็น ใช้วิธีสังหารศัตรูด้วยมีดพก
วิลเลี่ยม แวนดัม นายพันตรีของกองทัพบกอังกฤษ มีหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยบุคคล เป็นม่ายภรรยาได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้น มีลูกชายวัย 10 ขวบเป็นลูกติด มุ่งมั่นที่จะจับตัวอะเล็กซ์ วูล์ฟ ให้ได้
อีลิน ฟอนตาน่า หญิงสาวเชื้อสายยิว อายุ 23 เป็นคนสวย อยู่ตัวคนเดียวจึงทำงานทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด พยายามปกปิดมิให้ใครรู้ว่าเป็นยิว ภายหลังเป็นนางนกต่อให้แก่วิลเลี่ยมเพื่อจับตัวอะเล็กซ์ วูล์ฟ
ซันย่า อัล-อราม นางระบำหน้าท้องทรงเสน่ห์และยั่วยวนทางเพศ ที่ลือชื่อที่สุดของอียิปต์ เป็นชู้รักเก่าของอะเล็กซ์ วูล์ฟ ยอมช่วยเหลือวูล์ฟ เพียงเพื่อเกลียดชาวอังกฤษที่กดขี่อียิปต์
บิลลี่ แวนดัม เด็กชายวัย 10 ขวบ ลูกติดของวิลเลี่ยม แวนดัมท เป็นเด็กที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย ฉลาด มีระเบียบ ชอบอ่านหนังสือ
พันตรี แซนดี้ สมิธ นายทหารอังกฤษผู้ถือกระเป๋าเอกสารข้อมูลการตั้งรับการบุกของเออร์วิน รอมเมล ถูกซันย่าล่อหลอกจนตกเป็นทาสกาม ถูกอะเล็กซ์ วูลฟ์ สังหารอย่างโหดเหี้ยม
อับดุลเลาะห์ ชาวอียิปต์ผู้กว้างขวางในไคโร รูปร่างอ้วน มีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ของวูล์ฟ ให้การช่วยเหลือวูล์ฟ เพราะเป็นโจรและอาชญากร แต่วูล์ฟก็ไม่เคยไว้ใจจนเกินไป
เคมัล นายตำรวจชาวอียิปต์ ที่แวนดัมขอให้ช่วยดูพฤติกรรมของวูล์ฟและซันย่า แต่กลับเป็นฝ่ายช่วยเหลือวูล์ฟและซันย่า เพราะต้องการให้อียิปต์เป็นอิสระเหนืออังกฤษ
เจคส์ นายทหารลูกน้องของแวนดัม นิสัยซื่อสัตย์ขยันขันแข็งเอาการเอางาน เป็นคนที่แวนดัมใช้งานและวางใจได้เสมอ
เร็กจี้ บ็อกส์ นายพันโทของกองทัพบกอังกฤษ เป็นหัวหน้าของแวนดัม ไม่ชอบหน้าแวนดัมและแวนดัมเองก็ไม่ชอบหน้าเช่นกัน ชอบขัดขวางและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของแวนดัม
ตัวละครที่มีจริง
จอมพลเออร์วิน รอมเมล แม่ทัพใหญ่ของนาซี ในยุทธการที่แอฟริกาเหนือ ชาญฉลาด สุขุม รอบคอบ เชื่อมั่นในตัวอะเล็กซ์ วูล์ฟ
อันวาร์ อัล-ซาดัต เป็นนายทหารยศร้อยเอกหนุ่มอายุ 22 มีอุดมการณ์ที่จะให้ชาติอาหรับเหนือกว่าชาติตะวันตก จึงรวมวงก่อกวนอังกฤษด้วย
จอมพลอัลเบิร์ต เคสเซลริ่ง จอมพลกองทัพอากาศนาซี ไม่ถูกกับรอมเมล และมักดูหมิ่นรอมเมลเพราะถือว่าตัวยศเหนือกว่า
ฟอน เมลเลนธิน นายพันตรีของนาซี นายทหารผู้ช่วยของรอมเมล

เบื้องหลังและภาพยนตร์

The Key to Rebecca เป็นนวนิยายเรื่องที่ 3 ของเคน ฟอลเลธ และถือเป็นนวนิยายภาคต่อของ Eye of the Needle ซึ่งเป็นนวนิยายสายลับอีกเรื่องหนึ่งก่อนหน้านั้น
The Key to Bebecca ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1980 ที่ประเทศอังกฤษ สำหรับในประเทศไทยตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปีถัดมา โดย สำนักพิมพ์แอ็ดวานซ์มีเดีย แปลเป็นภาษาไทยโดย จำเนียร เหมะรัต [1]
นวนิยายเรื่องนี้ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์สำหรับฉายทางโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1985 โดยมี คลิฟฟ์ โรเบิร์ตสัน รับบทเป็น พันตรีวิลเลี่ยม แวนดัม และเดวิด โซล รับบทเป็น อะเล็กซ์ วูล์ฟ



ที่มา       :http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0
         รหัสมรณะ / THE KEY TO REBECCA
         ข้อมูลภาพยนตร์ในIMDb

108 ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน

108 ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน

          108 ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน (อังกฤษ: Water Margin, Outlaws of the Marsh, All Men Are Brothers, Men of the Marshes หรือ the Marshes of Mount Liang; จีน: ซ้องกั๋ง 宋江 หรือ สุยหู่จ้วน 水浒传) เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีนร่วมกับ สามก๊ก ไซอิ๋ว และความฝันในหอแดง เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่จับความมาจากเหตุการณ์ช่วงปลายราชวงศ์เป่ยซ่ง ราว ค.ศ. 900 ว่าด้วยเรื่องของกบฏชาวนา หรือผู้กล้า 108 คนที่รวมตัวกันปกป้องบ้านเมือง แต่เดิมเป็นเรื่องเล่าปากต่อปาก ต่อมาศิลปินพื้นบ้านนำเรื่องเล่านี้มาผูกเป็นเพลงงิ้ว เรื่องสุยหู่จ้วนมีการประพันธ์ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกโดย ซือไน่อัน และต่อมาได้รับการขัดเกลาจาก หลอกว้านจง ผู้ประพันธ์นวนิยายสามก๊ก บางแห่งว่าซือไน่อันเป็นอาจารย์ของหลอกว้านจง แต่บางแห่งก็ว่าเป็นคนเดียวกัน ชื่อเรื่อง สุยหู่จ้วน ในภาษาจีนมีความหมายว่า "ลำนำริมฝั่งน้ำ" หมายถึงสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวหรือฐานทัพของผู้กล้าทั้งร้อยแปดคน คือริมทะเลสาบเหลียงซานป๋อ

          เรื่อง สุยหู่จ้วน มีการแปลเป็นไทยแล้วหลายสำนวน และเรียกชื่อไปต่างๆ กัน เช่น ซ้องกั๋ง หรือ ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน สำนวนแปลล่าสุดเป็นของ รัถยา สารธรรม พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจ เมื่อปี พ.ศ. 2546 ใช้ชื่อเรื่องว่า 108 ผู้กล้าเหลียงซัน

โครงเรื่อง
          เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิซ่งฮุ่ยจง ช่วงนี้ฮ่องเต้อ่อนแอ และขุนนางกังฉินที่มีอิทธิพลมากจนถึงขั้นฮ่องเต้ต้องเกรงใจนั้น ชื่อ เกาฉิว

         ตัวละครทั้ง 108 คนนั้นมีประวัติความเป็นมาแทบจะเหมือนกันหมด คือ ถูกขุนนางกลั่นแกล้ง กดขี่ข่มเหง เป็นต้น ทำให้แต่ละคนลี้ภัยออกจากเมืองของตัวเอง แล้วมารวมตัวกัน ณ เขาเหลียงซาน เพื่อปราบปรามขุนนางชั่ว อันที่จริงแล้ว เหล่าผู้กล้าทั้ง 108 นี้คือเทพยดาจุติลงมาเกิดเพื่อปราบยุคเข็ญ เมื่อพวกเขาได้มาพบกัน ก็สาบานตัวเป็นพี่น้องกัน

         ผู้นำคนสำคัญของผู้กล้าเขาเหลียงซาน คือ ซ่งเจียง หรือซ้องกั๋ง ซ่งเจียงนั้นได้รับความยกย่องจากชาวยุทธทั่วหล้าว่า เป็น "ฝนทันใจ" เนื่องจากเป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี และส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือชาวยุทธมาตลอดจนได้แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า

         เรื่องราวตอนต้น ๆ จะกล่าวถึงที่มาของตัวละครบางตัวที่สำคัญว่า เหตุใดถึงได้เข้ามารวมกลุ่มเขาเหลียงซานได้ เช่น พระหลู่จื้อเซิน ซือจิ้น หวังจิ้น หลี่ขุย ซ่งเจียง เป็นต้น ส่วนกลางเรื่องจนถึงท้ายเรื่องนั้น จะเกี่ยวข้องกับ การที่เหล่าผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซานต้องออกไปปราบปรามกบฏกลุ่มต่าง ๆ ทั่วแผ่นดิน ตามราชโองการของฮ่องเต้ (ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นแผนหลอกใช้ของเกาฉิวอีกที) การไปปราบกบฏกลุ่มต่าง ๆ นั้น แสดงถึงการรบโดยขาดการวางแผนอย่างดี จนทำให้สูญเสียผู้กล้าไปมากมายอย่างน่าเสียดาย เพราะผู้กล้าหลายคนเสียชีวิตจากกับดักต่าง ๆ เป็นอันมาก และเป็นการรบที่รบเสียจนแทบไม่ได้หยุดหย่อน ผู้กล้าบางคนทนไม่ไหวแยกตัวออกไปจากกลุ่ม ในท้ายที่สุด ซ่งเจียงก็ปราบกบฏทั่วแผ่นดินได้หมด ฮ่องเต้จึงได้พระราชทานเหล้าให้แก่ซ่งเจียง แต่เกาฉิวได้แอบใส่ยาพิษไปในเหล้าด้วย ทำให้ซ่งเจียงเสียชีวิต จึงทำให้ไม่สามารถรวมตัวผู้กล้าที่รอดชีวิตจากศึกครั้งนี้ได้อีก และเหล่าผู้กล้าที่เหลือก็ถูกเกาฉิวสังหารไปทีละคนจนหมด
นวนิยายเรื่องรักประกาศิต
   
     นริศราหรือนิด (แอฟ ทักษอร) กำลังเรียนปีสุดท้ายอยู่ที่อเมริกา แต่กลับถูกเรียกตัวกลับมาเพราะการเสียชีวิตของ พล.อ.ณัฐ สุริยรักษ์ ผู้เป็นบิดา ในพินัยกรรมเขียนไว้ว่าให้พันเอกณรงค์ พี่ชายของเธอเป็นผู้จัดการมรดก แต่ณรงค์ได้รับทุนไปเรียนต่อที่สวีเดน จึงมอบหมายให้ลัคนา พี่สะใภ้เป็นผู้ดูแลเรื่องการเรียนของนริศรา แต่ลัคนาไม่อยากแบกรับภาระ จึงไม่ยอมให้เงินเธอไปเรียนต่อ ทำให้นริศราต้องออกหางานทำ

     วิทวัส (ลิฟท์ สุพจน์) น้องชายของภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ)  เป็นคนดูแลเรื่องงานที่กรุงเทพฯและเป็นคนรับนริศรา(แอฟ ทักษอร)เข้าทำงาน ก่อนจะส่งไปให้พี่ชายที่ลำพูนเพื่อดูแลไร่กาแฟและองุ่น เนื่องจากสุพัฒนาหรือคุณเล็ก (แพท ณปภา) น้องสาวคนเล็กที่ป่วยเป็นโรคสำออย เอาแต่ใจตนเอง ถูกส่งมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ ภูชิชย์ต้องการเอาคนมาทำงานแทน คุณเล็กจะให้ มอลลี่หรือมัลลิกาไปทำหน้าที่แทน และจะดันให้เป็นแฟนภูชิชย์ แต่วิทวัสไม่เห็นด้วย จึงส่งนริศราไปแทน และให้มอลลี่มาเป็นเลขาของตนแทน

นริศรา(แอฟ ทักษอร)ไปทำงานที่ไร่สุพัฒนาเธอได้รับความช่วยเหลือจากนิพนธ์ (หมอก้อง สรวิชญ์) ผู้จัดการไร่คนเก่า แต่เธอก็มีปัญหากับภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) เพราะก่อนหน้านี้เคยเจอและมีเรื่องกันมาก่อน ภูชิชย์ไม่รับเธอเข้าทำงาน โทรไปโวยวายกับวิทวัส (ลิฟท์ สุพจน์) ซึ่งนริศราเองก็ไม่อยากทำงานนี้เหมือนกัน แต่ต้องการเงินทุนไว้เรียนต่อจึงต้องจำใจทำงานกับภูชิชย์ต่อไป ภูชิชย์หมั่นไส้นริศราคิดว่าจะมาจับวิทวัส จึงแกล้งยกตำแหน่งผู้จัดการไร่ให้เธอทำ หญิงสาวถึงกับเหวอเพราะเธอไม่รู้เรื่องการเกษตรมาก่อน แต่ก็ได้นิพนธ์และคนงานบางกลุ่มคอยช่วยเหลือ

     เจ้าน้อยหรือเจ้าทิพย์ดารา (เจี๊ยบ พิจิตตรา) ลูกสาวคนเดียวของเจ้าเทพมงคลและเจ้าดาระกา แฟนเก่าภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) ที่เลิกกันเพราะถูกคุณเล็ก(แพท ณปภา)บังคับ กลับมาขอคบกับภูชิชย์อีกครั้ง คุณเล็กรู้เรื่องจากบัวเกี๋ยง (นุ่น รมิดา) สาวใช้คนสนิทเป่าหูว่านริศรา(แอฟ ทักษอร)จะมาจับทั้งภูชิชย์และวิทวัส (ลิฟท์ สุพจน์) ให้คุณเล็กหาเหตุไล่นริศราออกไปจากไร่

     นริศรา(แอฟ ทักษอร) ถูกคุณเล็ก(แพท ณปภา) และบัวเกี๋ยง(นุ่น รมิดา)กลั่นแกล้งสารพัด ถูกภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) คอยหาเรื่องทะเลาะและคอยจับผิดอยู่บ่อยๆ คุณเล็กให้บัวเกี๋ยงกับผล (ใหญ่ ศิระ) สามีลับๆของบัวเกี๋ยงยุยงคนงานไม่ให้ยอมรับนริศรา แต่หญิงสาวก็ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ ภูชิชย์มักเอาเรื่องนริศราไปบ่นให้เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) ฟังบ่อยๆจนเจ้าน้อยเองอยากรู้จักนริศรา และเมื่อได้เจอตัวจริงเธอรู้สึกถูกชะตานริศรามาก ถึงกับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเธอที่บ้าน ภูชิชย์จำใจพานริศราและนิพนธ์ (หมอก้อง สรวิชญ์) ไปร่วมงาน แต่พอเข้าไปในบ้านเจ้าเทพมงคลและเจ้าดาระกา พ่อแม่ของเจ้าน้อยก็ไม่พอใจเพราะยังเคืองที่ภูชิชย์เคยยกเลิกงานหมั้นของเขากับลูกสาวเหตุเพราะถูกคุณเล็กบังคับ นริศราคอยปลอบใจเจ้าน้อย จนทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น

     เสร็จจากอาหารค่ำ เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) พาทุกคนมาเพ้นต์เสื้อของเธอ นริศรา(แอฟ ทักษอร)เห็นหนังสือที่เธอแย่งกับภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) อยู่ที่ห้องนั้นด้วย จึงแกล้งเหน็บภูชิชย์ให้เจ็บใจเล่น ภูชิชย์ดูถูกฝีมือนริศรา เธอจึงนั่งลงเพ้นต์เสื้อให้ดูว่าเธอก็มีฝีมือ จนเจ้าน้อยและนิพนธ์ (หมอก้อง สรวิชญ์) ทึ่ง ภูชิชย์เองก็อึ้งไปเหมือนกัน บัวเกี๋ยง (นุ่น รมิดา)เห็นภูชิชย์พานริศราออกไปข้างนอกก็ไปฟ้องคุณเล็ก (แพท ณปภา)แถมใส่ไฟลงไปอีก คุณเล็กโกรธมากถึงหนีออกจากโรงพยาบาลโทรจิกพี่ชายให้ไปรับที่สนามบิน พอเจอหน้านริศราก็ออกปากไล่เธอทันที แต่นริศราไม่ยอมไปเพราะเธอไม่ได้ทำผิดอะไร คุณเล็กกับบัวเกี๋ยงเจ็บใจมากวางแผนกำจัดนริศราต่อไป

     มอลลี่อยากจับวิทวัส (ลิพท์ สุพจน์ ) เป็นแฟน เธอตามจิกเขาตลอดเวลา จนเกือบจะจับได้ว่าวิทวัสแอบมีลูกเมียอยู่ก่อนแล้วคือ รัชนิดา (โซบี โชติรส) เลขาคนเก่าที่ถูกคุณเล็กไล่ออกจากงานเพราะเป็นแฟนพี่ชาย จนมีลูกหนู ลูกสาววัยน่ารักอีกคน วิทวัสไม่กล้าบอกพี่และน้องเพราะกลัวถูกขัดขวางเหมือนภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) กับเจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) จึงปิดบังเรื่องครอบครัวมาตลอด แต่ในที่สุดมอลลี่ก็แอบรู้จนได้ เธอคิดว่าตัวเองเป็นถึงลูกทูต ไม่ควรมาแย่งสามีคนอื่น จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นเลขาของวิทวัสและกลับไปอยู่ฝรั่งเศสเหมือนเดิม

     บ่อยครั้งที่คุณเล็ก (แพท ณปภา) หาเรื่องกลั่นแกล้งนริศรา(แอฟ ทักษอร) ทำให้ภูชิชย์(ป๋อ ณัฐวุฒิ) เริ่มเห็นความอดทนและความแข็งแกร่งของเธอ ทำให้ภูชิชย์เริ่มสับสนในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหญิงสาว โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ใกล้กัน แม้ปากจะแข็งคอยเหน็บกัดเธอตลอด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้เธอ ยิ่งพอรู้ว่าพิสุทธิ์ลูกชายเจ้าของโรงแรมที่เชียงใหม่แวะเวียนมาหานริศราบ่อยๆ เขาก็ยิ่งต้องคอยขัดขวาง เป็นก้างขวางคออยู่ตลอดเวลา การแสดงออกของภูชิชย์ที่มีต่อนริศรา ทำให้เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) จับสัญญาณได้ว่าเขาเปลี่ยนไป แต่ภูชิชย์ก็ยังยืนยันว่ารักเจ้าน้อยเหมือนเดิม

     บัวเกี๋ยง (นุ่น รมิดา) เริ่มรำคาญผล (ใหญ่ ศิระ) ที่สงสัยว่าเธอจะกำจัดนริศรา (แอฟ ทักษอร) และยังไม่ชอบหน้าเจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) เพราะคิดจะจับภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ)เสียเอง บัวเกี๋ยงกลัวความแตกจึงต้องยอมๆผลไปก่อน หากวันใดที่เธอได้เป็นใหญ่ขึ้นมาจะกำจัดผลเป็นคนแรก นิพนธ์ (หมอก้อง สรวิชญ์) กับนริศราช่วยกันปรับปรุงแปลงดอกไม้ของคุณเล็ก (แพท ณปภา) ที่ทิ้งไว้เหี่ยวเฉาจนดูสวยงามเหมือนเดิม คุณเล็กมาเห็นแปลงดอกไม้ก็อารมณ์ดี เดินเล่นที่นั่นอย่างมีความสุข นิพนธ์ไม่กล้าบอกว่าเป็นฝีมือของนริศรา แต่แล้ววันหนึ่งคุณเล็กได้รู้ความจริง จึงอาละวาดทำลายต้นไม้ทิ้งจนหมด นิพนธ์ยีนคอตกไม่กล้าทำอะไรคุณเล็กเพราะรักและสงสารเธอ

     คุณเล็ก(แพท ณปภา)บังคับให้นิพนธ์(หมอก้อง สรวิชญ์) จีบนริศรา (แอฟ ทักษอร) เป็นแฟนให้ได้ นิพนธ์ปฎิเสธเพราะเขาไม่ได้รักนริศรา คุณเล็กโกรธนิพนธ์มาก ด่าทอเขาแรงๆ แต่นิพนธ์ก็ก้มหน้ารับฟังด้วยความเห็นใจ ส่วนพิสุทธิ์มาดูแลธุรกิจโรงแรมที่เชียงใหม่ จึงติดต่อนริศราได้อีกครั้ง และนัดเจอกับนริศราทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอ

      ลัคนามาเยี่ยม ลาวัลย์ (เกล วรันลักษณ์) น้องสาวที่เป็นพยาบาลอยู่เชียงใหม่ ซึ่งมาพักที่โรงแรมของพิสุทธิ์ พอเจอเจ้าตัวก็เข้าไปตีสนิทขอพักฟรี และคิดจะให้ลาวัลย์กับพิสุทธิ์เป็นแฟนแต่ลาวัลย์ปฎิเสธ เพราะเธอแอบรักภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) อยู่ ภูชิชย์ได้พบกับลัคนาโดยบังเอิญ ลัคนาแสดงตัวว่าเป็นพี่สะใภ้ของนริศรา (แอฟ ทักษอร) ภูชิชย์จึงชวนสองพี่น้องมาเที่ยวที่ไร่ และหลอกถามประวัติของเธอ จนได้รู้ว่านริศราจบแค่ม.6 ไม่จบป.ตรีตามที่เขาประกาศรับภูชิชย์นึกสงสารและเห็นใจนริศราขึ้นมา

     เจมส์ วัตสัน ยุวทูตเกสรต่างชาติมาศึกษาเรื่องเกษตรที่ไร่พัฒนา นริศรา (แอฟ ทักษอร) คอยแนะนำช่วยเหลือ ภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เจมส์ในเย็นวันนั้น ทุกคนสนุกสนานมีความสุข ภูชิชย์แกล้งเรียกนริศราขึ้นไปร้องเพลง เธอจึงแกล้งกลับด้วยการเรียกภูชิชย์ขึ้นมาเล่นกีต้าร์ ทุกคนพากันอึ้ง ไม่เคยคิดว่าพ่อเลี้ยงจะเล่นกีต้าร์เป็น ภูชิชย์เปิดเผยว่านริศราเคยเห็นเขาเล่นในวันที่เขานอนไม่หลับ เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) ฟังแล้วอึ้งเมื่อเห็นทั้งสองรู้ในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้ คุณเล็ก(แพท ณปภา) ริษยานริศรามากที่ใครๆก็พากันชื่นชม จึงแอบไปขโมยงานและแฮ็กพาสเวิร์ดของเธอมาใช้และปลอมแปลงการเบิกจ่ายเงิน ให้นริศราตกเป็นจำเลยว่าฉ้อโกงเงินบริษัท แม้หญิงสาวจะปฎิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ เธอจึงลาออกเอง และทำให้พิสุทธิ์หางานให้ เธอจึงได้ทำงานที่ศูนย์วิจัย

     เมื่อนริศรา (แอฟ ทักษอร) ไม่อยู่ที่ไร่ ภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) เริ่มรู้ใจตัวเอง เขาจึงตามตื้อเธอให้กลับมาทำงานต่อ เพราะนิพนธ์ (หมอก้อง สรวิชญ์) ค้นหาความจริงได้แล้วว่าคุณเล็ก (แพท ณปภา)เป็นคนที่ทำเรื่องกลั่นแกล้งนริศรา แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมมา เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา)จึงต้องพาภูชิชย์ไปง้ออีกครั้ง ด้วยการให้เธอเป็นตัวแทนจากศูนย์วิจัยมาดุงานที่ไร่พัฒนา ทำให้นริศรากลับมาทำงานที่ไร่อีกครั้ง คุณเล็กกำจัดนริศราด้วยการให้ผลจับเธอไปข่มขืน แต่ผลกับบัวเกี๋ยงกลับวางแผนหักหลังคุณเล็ก จับนริศราและคุณเล็กไปเพื่อขืนใจและเรียกค่าไถ่ ภูชิชย์ นิพนธ์ และพิสุทธิ์ ตามไปช่วยออกมาได้

     เจ้าน้อย (เจี๊ยบ พิจิตตรา) ซึ้งใจแล้วว่าภูชิชย์ (ป๋อ ณัฐวุฒิ) รักนริศรา(แอฟ ทักษอร) เธอจึงยอมเปิดทางให้ แม้จะเสียใจแต่ก็ยังดีกว่ารักคนที่ไม่มีหัวใจให้เธอแล้ว ด้านพิสุทธิ์ก็พยายามตัดใจจากนริศรา เพราะรู้ว่าชาตินี้นริศราคงคิดกับเขาได้แค่เพื่อนเท่านั้น ณรงค์รู้ความจริงว่าลัคนาไม่ยอมส่งนริศราไปเรียนต่อ จึงขอหย่ากับเธอ ลัคนาช็อกและเสียใจมาขอโทษนริศรา พอนริศรารู้เรื่องจึงอ้อนวอนพี่ชายให้คืนดีกับลัคนาอีกครั้ง เพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์ และเธอจะกลับไปเรียนต่อตามคำสั่งพี่ชาย ภูชิชย์กลัวเสียเธอไป วิทวัส (ลิฟท์ สุพจน์) จึงให้คุณเล็กมาง้อ คุณเล็ก (แพท ณปภา) แพ้ความดีของนริศรา จึงอ้อนวอนให้เธออยู่ต่อ เพราะรู้ว่าพี่ชายของเธอรักนริศรามากแค่ไหน

     ลัคนาได้เจอวิทวัส (ลิฟท์ สุพจน์) เพราะเคยเจอกันที่โรงเรียนลูกหนู คุณเล็ก(แพท ณปภา)จึงได้รู้ว่าวิทวัสแอบมีครอบครัวอยู่แล้ว ความลับถูกเปิดเผย วิทวัสยืนคอตก แต่กลับกลายเป็นว่า คุณเล็กไม่โวยวายและวีนแตก แต่กลับให้วิทวัสพาลูกเมียมาหา ในที่สุดความรักของทุกคนก็ลงเอยด้วยดี นริศรา(แอฟ ทักษอร)กลับไปเรียนต่อจนจบและกลับมาแต่งงานกับภูชิชย์(ป๋อ ณัฐวุฒิ)  วิทวัสกับรัชนิดาแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ ส่วนคุณเล็กเปิดใจรับรักนิพนธ์(หมอก้อง สรวิชญ์)  หลังจากที่แอบรักเจ้านายสาวขี้วีนมานานแสนนาน


ข้อคิดที่ได้จากละครเรื่องรักประกาศิต
จากละครเรื่องรักประกาศิตเราจะเห็นได้ว่าเรื่องราวของละครเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าการที่คนอื่นตัดสินใจในเรื่องของความรักแทนเรานั้นบางครั้งอาจทำให้เราได้พบกับความล้มเลวในชีวิตคู่ของเราได้ ฉะนั้นเรื่องบางเรื่องคนอื่นอาจตัดสินใจแทนเราได้แต่เรื่องความรักและการครองเรือนคนๆนั้นต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองเท่านั้น และที่ได้เห็นอย่างชัดเจนจากละครเรื่องนี้นั้นก็คือคนในครอบครัวควรเลี้ยงดูคนที่เรารักอย่างถูกวิธีเพราะผลที่จะตามมาจากการเลี้ยงดูผิดวิธีนั้นจะทำให้ทั้งชีวิตของคนถูกเลี้ยงและคนที่เลี้ยงเองก็ไม่มีความสุขและไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย